CFD — це складні інструменти, пов’язані з високим ризиком швидкої втрати грошей через кредитне плече. Перш ніж інвестувати, вам слід переконатися, що ви розумієте, як працюють CFD.

Pip, Lot, Leverage และ Margin คืออะไร? เข้าใจคำศัพท์ Forex ง่ายๆ

Pip, Lot, Leverage และ Margin คืออะไร เจาะลึก 4 คำศัพท์ Forex

ในตลาด Forex มีคำศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งโดยพื้นฐานจะต้องเข้าใจคำว่า Pip, Lot, Leverage และ  Margin ให้ดีก่อนจะเริ่มเทรดจริง โดยความหมายของทั้ง 4 คำนี้ คือ

  • Pip: หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex ซึ่งหมายถึงจุดทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ของคู่สกุลเงิน (หรือตัวที่ 2 สำหรับคู่เงิน JPY) ที่บอกส่วนต่างของราคา เช่น EUR/USD เคลื่อน 0.0001 = 1 Pip 

  • Lot: คือหน่วยวัดปริมาณการเปิดสถานะซื้อขายในตลาด Forex โดย 1 Standard Lot มีมูลค่าเท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก (Base Currency) ขนาดของ Lot มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าการแกว่งตัวของราคา ยิ่งคุณเปิด Lot ใหญ่มากเท่าใด มูลค่ากำไรและขาดทุนต่อ 1 Pip ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามสัดส่วน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความเสี่ยง 

  • Leverage: อัตราทดที่โบรกเกอร์ให้เรายืม เพื่อเพิ่มอำนาจซื้อ ช่วยให้คุณใช้เงินทุนน้อยลงเพื่อเปิดออเดอร์ (Lot) ที่ใหญ่ขึ้นได้ เช่น คุณมีเงิน $1,000 แล้วเลือกใช้ Leverage 1:100 คุณจะมีอำนาจซื้อขายเทียบเท่าเงิน $100,000 ทันที ข้อดีคือทำกำไรได้มากขึ้นจากเงินทุนก้อนเล็ก แต่ข้อควรระวังคือ เวลาขาดทุนก็จะขาดทุนหนักขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน 

  • Margin: คือจำนวนเงินทุนจริงในบัญชีที่โบรกเกอร์ "กันเอาไว้" เป็นหลักประกันขั้นต่ำเพื่อใช้เปิดและรักษาสถานะออเดอร์ Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการเทรด แต่เป็นเงินทุนส่วนที่ถูกล็อกไว้ชั่วคราวขณะที่ออเดอร์นั้นยังทำงานอยู่ และจะถูกปลดล็อกกลับคืนสู่ยอดเงินที่ใช้ได้ (Available Margin) เมื่อสถานะถูกปิดลง 

หลายคนยังรู้สึกว่าคำเหล่านี้พอเข้าใจบ้าง แต่ยังไม่แม่นพอที่จะนำไปใช้จริงในการบริหารความเสี่ยงได้ บทความนี้จะพาคุณเข้าใจแบบชัดเจน เป็นระบบ และนำไปใช้งานได้จริงในทุกการเทรด


ทำไมต้องเข้าใจทั้ง 4 คำนี้พร้อมกัน

คำศัพท์ทั้ง 4 คำนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบในทุกการเทรดที่เกิดขึ้น ดังนั้นการไม่เข้าใจคำใดคำหนึ่งก็เหมือนมองภาพขาดไปหนึ่งมุม ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการวางแผนขนาด, สถานะ และการบริหารความเสี่ยงได้

ความสัมพันธ์ของ Pip → Lot → Leverage → Margin

  1. คุณเลือก Lot Size ที่ต้องการเปิดสถานะ → ขนาด Lot กำหนดว่า 1 Pip มีมูลค่าเงินเท่าไหร่

  2. ระบบคำนวณ Required Margin ตาม Leverage ที่บัญชีใช้อยู่ → Leverage สูง Margin ที่ต้องวางน้อยลง

  3. ราคาเคลื่อนไหวแต่ละ Pip คูณด้วย Lot Size = กำไร/ขาดทุนที่แท้จริง

  4. Free Margin ที่เหลืออยู่ในบัญชีกำหนดว่าคุณเปิดสถานะใหม่ได้อีกหรือเปล่า 

นักเทรดที่เข้าใจห่วงโซ่นี้จะสามารถออกแบบแผนการเทรดที่มีระบบ และรู้ว่าต้องวาง Stop Loss ที่ไหน ใช้ Lot ขนาดเท่าไหร่ และยังมี Margin เหลือพอรองรับความผันผวนหรือเปล่า

ความสัมพันธ์ของ Pip → Lot → Leverage → Margin ในการเทรด Forex


เจาะลึก 4 คำศัพท์พื้นฐาน Forex ที่เทรดเดอร์ต้องรู้

Pip (Percentage in Point) คืออะไร

Pip ย่อมาจาก Percentage in Point คือหน่วยวัดที่เล็กที่สุดในการบอกความเคลื่อนไหวของราคาคู่สกุลเงิน ในตลาด Forex โดยแพลตฟอร์มส่วนใหญ่แสดงราคาแบบ 5 จุดทศนิยม (Precision Pricing) ทำให้เกิดคำว่า "Point หรือ Pipette" ซึ่งเป็นจุดทศนิยมที่ 5 เพิ่มเข้ามา โดย 10 Points จะเท่ากับ 1 Pip เสมอ

  • ตัวอย่าง: EUR/USD เคลื่อนจาก 1.10500 เป็น 1.10510 หมายความว่าราคาขยับขึ้น 1 Pip (หรือ 10 Points)

สูตรคำนวณกำไร: Pip × มูลค่าต่อ Pip × Lot

สูตรคำนวณกำไร: Pip × มูลค่าต่อ Pip × Lot


Lot (ขนาดสัญญา) คืออะไร?

Lot คือหน่วยกำหนด "ปริมาณ" การซื้อขายของคุณ ยิ่ง Lot ใหญ่ กำไรหรือขาดทุนต่อ 1 Pip ก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ขนาด Lot มาตรฐานแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก:

  • Standard Lot (1.00): มีมูลค่าสัญญา 100,000 หน่วย (1 Pip ≈ $10)

  • Mini Lot (0.10): มีมูลค่าสัญญา 10,000 หน่วย (1 Pip ≈ $1)

  • Micro Lot (0.01): มีมูลค่าสัญญา 1,000 หน่วย (1 Pip ≈ $0.10)

หลักเลือก Lot Size ให้สอดคล้องกับขนาดพอร์ต

นักเทรดที่มีระบบมักใช้กฎ 1–2% Risk Rule ซึ่งหมายความว่าการเทรดแต่ละครั้งควรเสี่ยงไม่เกิน 1–2% ของเงินทุนทั้งหมด การคำนวณ Lot Size จึงต้องทำจากสองตัวเลขคือระยะ Stop Loss เป็น Pip และ % ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

สูตรคำนวณ Lot Size ก่อนเปิดออเดอร์

สูตรคำนวณ Lot Size ก่อนเปิดออเดอร์


Leverage (พลังทวีคูณ) คืออะไร

Leverage คืออัตราทดที่โบรกเกอร์ให้คุณยืมเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อขาย ทำให้คุณสามารถเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ (Lot ใหญ่) ได้โดยใช้เงินทุนจริงน้อยลง เช่น Leverage 1:100 หมายความว่าคุณใช้เงินทุนเพียง $1 เพื่อควบคุมมูลค่าสัญญา $100


ข้อดีที่ทำให้ Leverage เป็นที่นิยม

• เปิดสถานะขนาดใหญ่ได้โดยใช้เงินทุนตั้งต้นน้อยกว่า

• กระจายเงินทุนไปยังหลายคู่สกุลเงินพร้อมกันได้โดยไม่ต้องมีพอร์ตขนาดใหญ่

• เพิ่มโอกาสทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น


ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

• ขาดทุนก็ถูกขยายตามสัดส่วนเดียวกับกำไร ไม่ใช่แค่กำไรที่ขยาย

• Leverage สูงเกินไปทำให้ Margin Level ลดลงเร็ว นำไปสู่ Margin Call ได้เร็วขึ้น

• ในตลาดที่ผันผวนสูงเช่น News Release เลเวอเรจสูงอาจทำให้บัญชีหายในเวลาไม่กี่นาที 

ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก (เช่น FCA, ASIC) มีมาตรการจำกัด Leverage สำหรับรายย่อย (Retail Traders) ให้ลดลง (เช่น 1:30) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด การใช้ Leverage สูงแบบ 1:1000 แม้จะใช้เงินทุนน้อย แต่ก็เร่งให้พอร์ตล้าง (Blow up) ได้เร็วขึ้นหากผิดทาง

Leverage คืออัตราทดที่โบรกเกอร์ให้คุณยืมเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อขาย


Margin (เงินประกัน) คืออะไร

Margin คือ เงินประกัน (Collateral) ที่โบรกเกอร์กันไว้ เพื่อให้คุณสามารถเปิดและรักษาสถานะการเทรดไว้ได้ ตราบเท่าที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่ เงินจำนวนนั้นจะถูกล็อกและไม่สามารถถอนออกได้ แต่เมื่อปิดสถานะแล้ว เงิน Margin จะคืนกลับมาพร้อมกำไร/ขาดทุนจากการเทรดนั้น

Margin ที่ต้องวางคำนวณจาก: ขนาดสถานะ (Lot × Contract Size) หารด้วย Leverage — เช่น เปิด Standard Lot EUR/USD ($100,000) ด้วย Leverage 1:100 จะต้องวาง Margin $1,000


Margin Call และ Stop Out คืออะไร

สองคำนี้คือสัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องรู้ก่อนเทรดจริง เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้วไม่รู้จะรับมืออย่างไร อาจทำให้สูญเสียเงินทุนได้มากกว่าที่คาด

Margin Call

เกิดขึ้นเมื่อ Margin Level ลดลงต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด โดยทั่วไปอยู่ที่ 100% โบรกเกอร์ TradeQuo จะส่งการแจ้งเตือนให้คุณทราบว่าต้องเติมเงินหรือปิดบางสถานะเพื่อลด Risk ลง

Stop Out

ถ้า Margin Level ลดต่ำลงต่อไปจนถึงระดับ Stop Out (ส่วนใหญ่อยู่ที่ 50%) โบรกเกอร์จะปิดสถานะที่ขาดทุนมากที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อปกป้องไม่ให้ยอดบัญชีติดลบ

Margin Call และ Stop Out คืออะไร


วิธีป้องกัน Margin Call

• ใช้ Lot Size ที่สอดคล้องกับ Leverage  อย่าเปิดสถานะใหญ่เกินสัดส่วนเงินทุน

• ตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์  ไม่ปล่อยให้ขาดทุนวิ่งโดยไม่มีขีดจำกัด

• รักษา Free Margin ไว้อย่างน้อย 50% ของ Balance เพื่อรองรับความผันผวน

• ไม่เปิดหลายสถานะพร้อมกันในทิศทางเดียวกันโดยไม่มีแผนรองรับ 





Читайте також